หน้าหนังสือทั้งหมด

หน้า1
73
พระกาติยา กระ จงตื่นขึ้นเถิด... อย่าให้มัจจุราช ผู้เป็นพวกพ้องของ คนประมาท ชนะท่านผู้เกียจคร้าน ด้วยอุบายอันโกงเลย กำลังคลื่นแห่งมหาสมุทร ย่อมครอบงำาบุรุษ ผู้ไม่อาจข้ามมหาสมุทรนั้นได้ แม้ฉันใด ชาติและ
หน้า2
74
ขอท่านจงทําเกาะ คือ อรหัตผลแก่ตนเถิด เพราะที่พึ่งอย่างอื่นในโลกนี้ และโลกหน้า ย่อมไม่มีแก่ท่าน ขุ.เถร.มก.๕๒/๑๘๗/๓๕๓ ๑๐๐.--ทะ เรามิ
พระลกุณฎกเถระ
75
พระลกุณฎกเถระ
พระลกุณฎกเถระ คนพาลถูกกิเลสกั้นไว้รอบด้าน ย่อมไม่รู้ ภายในทั้งไม่เห็นภายนอก ย่อมลอยไปตามเสียงโฆษณา แม้บุคคลเห็นผลภายนอก ไม่รู้ภายใน เห็นแต่ภายนอก ก็ลอยไป ตามเสียงโฆษณา ส่วนผู้ใดมีความเห็นไม่ถูกกั้น ย่
พระลกุณฎกเถระได้พูดถึงคนพาลที่ถูกกิเลสกั้นไว้รอบด้าน ทำให้ไม่สามารถรู้ภายในและเห็นภายนอกได้ชัดเจน ผลก็คือ ต้องลอยไปตามเสียงโฆษณาที่เกิดขึ้น แม้บางบุคคลอาจเห็นผลภายนอก แต่ถ้ายังไม่มีความรู้ในสิ่งที่อยู
หน้า4
76
พระตเถระ เมื่อใดภิกษุกำจัดวิตกทั้งหลายของตน เข้าไปสู่ถ้ำภายในภูเขา ปราศจากความกระวนกระวายใจ ปราศจากกิเลสอันตรึงใจเพ่งพิจารณา ธรรมอยู่ เมื่อนั้น ย่อมมิได้ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการพิจารณาธรร
หน้า5
77
ไม่มีกลอนประตู คือ อวิชชา ไม่มีป่า คือ ตัณหา ปราศจากลูกศร คือ กิเลส เป็นผู้ทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไป เพ่งพิจารณาธรรมอยู่ เมอนน ย่อมไม่ได้ประสบความยินดีอย่างอื่น ยิ่งไปกว่าการเพ่งพิจารณาธรรมนั้น ขุ.เถร.ม
หน้า6
78
พระกาฬุทายีเถระ ชาวนาหว่านพืชบ่อยๆ ฝนตกบ่อยๆ ชาวนาไถนาบ่อยๆ แว่นแคว้นสมบูรณ์ ด้วยธัญญาหารบ่อยๆ พวกยาจกเที่ยวขอบ่อยๆ ผู้เป็น ทานบดีให้บ่อยๆ ครั้นให้บ่อยๆ แล้ว ย่อมถึงสวรรค์บ่อยๆ ๑๐๐.--ทะ เรามิ ขุ.เถร.ม
หน้า7
79
พระเรวตเถระ เมืองหน้าด่านเป็นเมืองอันเขาคุ้มครอง แล้วทั้งภายในและภายนอก ฉันใด ท่านทั้งหลาย จงคุ้มครองตนฉันนั้นเถิด ขณะอย่าได้ล่วงเลย ท่านทั้งหลายไปเสีย เราไม่ยินดีต่อความตาย ไม่เพลิดเพลินต่อความเป็นอย
หน้า8
80
เราไม่ยินดีความตาย ไม่เพลินเพลินความเป็นอยู่ แต่เรามีสติสัมปชัญญะ รอท่าเวลาตาย ๑๐๐.--ทะ เรามิ ขุ.เถร.มก.๕๒/๔๖๕/๓๘๑
พระปาราสริยเถระ และการรักษาอินทรีย์
81
พระปาราสริยเถระ และการรักษาอินทรีย์
พระปาราสริยเถระ อินทรีย์ทั้งหลาย... ย่อมมีเพื่อประโยชน์ และไม่ใช่ประโยชน์แก่มนุษย์ทั้งหลาย อินทรีย์ที่ไม่รักษา..... ย่อมไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ อินทรีย์ที่รักษา.. ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ บุรุษผู้รักษาแ
พระปาราสริยเถระกล่าวว่า อินทรีย์มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของมนุษย์ แต่ต้องรักษาอินทรีย์ให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดความไม่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น บุรุษที่รักษาและคุ้มครองอินทรีย์นั่นแล เป็นผู้ทำกิจที่
พระปาราสริยเถระและความหมายของร่างกาย
82
พระปาราสริยเถระและความหมายของร่างกาย
พระปาราสริยเถระ ร่างกายนี้ เต็มไปด้วยหนองเลือด และซากศพเป็นอันมาก อันนายช่างผู้ฉลาดทำไว้ เป็นของ เกลี้ยงเกลาวิจิตรงดงามดุจสมุก คนพาล ย่อมไม่รู้สึกว่า ร่างกายนี้เป็นของเผ็ดร้อน มีรสหวาน ชื่นใจ เกี่ยวพั
วรรณกรรมนี้กล่าวถึงมุมมองของพระปาราสริยเถระเกี่ยวกับร่างกายที่มีความสวยงามภายใต้ความทุกข์ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนผ่านการเปรียบเทียบว่าเป็นของที่มีรสชาติหวานและเจ็บปวด การเข้าใจในความจริงนี้สามารถนำไปสู่
บทเรียนจากพระปาราสริยเถระ
83
บทเรียนจากพระปาราสริยเถระ
พระปาราสริยเถระ มุนี...จึงตั้งสติเที่ยวไปในบ้าน เหมือนกับบุรุษผู้ไม่ได้สวมรองเท้า ตั้งสติเที่ยวไปในถิ่นที่มีหนาม ฉะนั้น พระโยคี...เมื่อตามระลึกถึงวิปัสสนา ที่ปรารภแล้วในกาลก่อน ไม่ทอดทิ้งวัตรสําหรับภา
พระปาราสริยเถระเสนอแนวทางการตั้งสติและการปฏิบัติตนในวิถีทางของพระโยคี เมื่อเขาเดินทางในสถานที่ที่มีหนามก็เช่นเดียวกับการเดินด้วยความระมัดระวังและไม่ทอดทิ้งการภาวนาเพื่อให้บรรลุอมตบท โดยใช้แนวทางของวิป
หน้า12
84
พระสารีบุตรเถระ ภิกษุ เมื่อบริโภคอาหารจะเป็นของสด หรือของแห้งก็ตาม ไม่ควรติดใจจนเกินไป ควรเป็นผู้มีท้องพร่อง มีอาหารพอประมาณ มีสติอยู่ การบริโภคอาหารยังอีก ๔-๕ คำจะอิ่ม ควรงดเสีย แล้วดื่มน้ำเป็นการสมค
หน้า13
85
อนึ่ง พระสารีบุตรเถระ การนุ่งห่มจีวรอันเป็นกัปปิยะ นับว่าเป็นประโยชน์ จัดว่าพอเป็นการอยู่สบาย ของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยว การนั่งขัดสมาธิ... นับว่าพอเป็นการอยู่สบาย ของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยว ขุ.เถร.มก.๕
หน้า14
86
พระสารีบุตรเถระ ภิกษุรูปใด.. พิจารณาเห็นสุข โดยความเป็นทุกข์ พิจารณาเห็นทุกข์ โดยความเป็นลูกศร ปักอยู่ที่ร่าง ความถือมั่นว่าเป็นตัวเป็นตน ในอทุกขมสุขเวทนา ไม่ได้มีแก่ภิกษุนั้น ภิกษุนั้น จะพึงติดอยู่ใน
หน้า15
87
พระสารีบุตรเถระ ภิกษุใด... ประกอบด้วยธรรมเครื่องเนิ่นช้า ยินดีในธรรมเครื่องเนิ่นช้า ภิกษุนั้น....ย่อมพลาดนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะอย่าง ยอดเยี่ยม ส่วนภิกษุใด....ละธรรมเครื่องเนิ่นช้า ได้แล้ว ยินดี
หน้า16
88
ภิกษุนั้น.... ย่อมบรรลุนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ อย่างยอดเยี่ยม ๑๐๐.--ทะ เรามิ ขุ.เถร.มก.๕๓/๒๓๐/๓๙๖
นรกและความตาย
89
นรกและความตาย
นรก พระสารีบุตรเถระ ความตายนี้ มีแน่นอนใน ๒ คราวคือ ในเวลาแก่ หรือในเวลาหนุ่ม ที่จะไม่ตายเลย...ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงบำเพ็ญ แต่สัมมาปฏิบัติเถิด ขอจงอย่าได้ปฏิบัติผิด อย่าพินาศเสียเลย ขณะ
บทความนี้กล่าวถึงแนวคิดเกี่ยวกับความตายที่ไม่หลีกเลี่ยงได้ในทุกช่วงชีวิต โดยพระสารีบุตรเถระได้เตือนให้ทุกคนบำเพ็ญสัมมาปฏิบัติและหลีกหนีจากการปฏิบัติที่ผิด ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหายและความเศร้าโศกในอนาค
หน้า18
90
พระสารีบุตรเถระ บุคคลควรเห็นท่านผู้มีปัญญา ชี้โทษ มีปกติกล่าวข่มขี่ เหมือนผู้บอกขุมทรัพย์ให้ ควรคบบัณฑิตเช่นนั้น ย่อมมีแต่ความดี ไม่มีความชั่วเลย นักปราชญ์ก็ควรโอวาทสั่งสอน ควรห้ามผู้อื่นจากธรรมที่มิใ
หน้า19
91
ภิกษุ.. พระสารีบุตรเถระ ผู้สงบระงับ งดเว้นจากโทษเครื่องเศร้าหมองใจได้ อย่างเด็ดขาด มีปกติพูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน ได้ลอยบาปธรรมเสียได้ เหมือนลมพัดใบไม้ร่วงหล่นไป ฉะนั้น ๑๐๐ วาทะ เถร ขุ.เถร.มก.๕๓/๒๓๒/๓
หน้า20
92
พระอานนท์เถระ คนที่เป็นชาย... มีการศึกษาเล่าเรียนมาน้อย ย่อมแก่เปล่า เหมือนกับโคที่มีกำลัง แต่เขาไม่ได้ใช้งาน ฉะนั้น เนื้อย่อมเจริญแก่เขา พระอานนท์เถระผู้ได้เล่าเรียนมามาก ย่อมปรากฏแก่เรา เหมือนคนตาบอ